เดือน: เมษายน 2020

บางแสนโรงแรมหลอน

บางแสนโรงแรมหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

บางแสนโรงแรมหลอน
บางแสนโรงแรมหลอน 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน บางแสนโรงแรมหลอน 

เพิ่งจะพบใหม่ๆเมื่อคืนวันอังคาร พ่อแม่พวกเรามาเที่ยวบางแสน เราก็นั่งรถจากจังหวัดระยองมเกริ่นก่อนว่าพวกเราทำงานอยู่ จังหวัดระยอง ท่านกะว่าจะมาหาพวกเราวันศุกร์ที่12 พฤษภาคม แต่พ่อพวกเราเกิดอุบัติเหตุลื่นตกสระน้ำ
สีข้างกระแทกขอบสระ พวกเราเลยรีบนั่งรถยนต์จากระยองมาหาพ่อที่บางแสน พอมาถึงก็พาพ่อไปพบแพทย์
ที่โรงพยาบาล พอเพียงตกเยนก็กินข้าวตามห้องอาหารตามประสาครอบครัว จุดพีคเป็น

พอกลับโรงแรมที่พัก ก็อาบน้ำเตรียมตัวจะนอนกัน จังหวะนั้น 5 ทุ่มกว่าละ พ่อแม่น้องพวกเรา แฟนพวกเรา
ก็เริ่มหลับกันแล้ว เราก็กำลังจะนอน พอหลับตาไปสักพักมีคนมาเขย่าต้นขาพวกเราปลุกเรา

“ตื่นๆๆๆ ตื่นมาคุยกันก่อน” เขย่าขาจนเราสะดุ้ง ก็ลุกขึ้นมานั่งก็หันมอง ทุกคนก็หลับสนิท
ปกติกันทุกคน เราก็เลยล้มตัวนอนต่อ คราวนี้ปลุกอีก “ตื่นมาคุยกันก่อน” เราเลยตอบ
“พรุ่งนี้เช้าค่อยคุย ง่วงขอนอนก่อน” ตอบเรากลับมา”ไม่ได้ๆๆคุยได้แค่ตอนนี้ รอคุยตอนเช้าไม่ได้”

ด้วยความหงุดหงิดลุกขึ้นมานั่งหันมอง ก็ไม่มีใครนี่นา ก็ลงนอนต่อ เหมือนจะเคลิ้มๆ มาอีก
“ลุกมาคุยกันก่อน” ด้วยความว่าเราคิดว่าเราน่าจะฝันว่าลุกขึ้นมา เพราะเราเห็นผู้หญิงนั่งหันหลังให้
อยู่บนเตียงขอบเตียงที่พ่อแม่น้องเรานอน ผมยาวถึงกลางหลัง ด้วยความโมโหเลยบอกว่า

“จะปลุกทำไม เราเหนื่อยมากวันนี้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” แล้วก็มองอ้าว ไม่ใช่พี่สาวเรานี่หว่า
พี่สาวพวกเราไม่ได้มาด้วยสักนิด แล้วใครนั่งอยุ่วะ ก็คิดในใจ ก็เลยถามแล้วเข้ามาได้ยังไง
ผู้ใหญ่บ้านคนนั้นตอบมาว่า “ก็เดินเข้ามาได้เลย” พวกเราก็งง มันเข้ามาได้ไงวะ ประตูมันจะต้องใช้คีย์การ์ด
ถึงจะเข้าได้นะ ก็เลยบอกไป พรุ่งนี้ค่อยคุย เด๋วตื่นไม่ไหวแล้วเราก็นอน

เสร็จปุ้บ เขย่าขาเราอีก คุยก่อนๆๆด้วยความโมโห ครั้งนี้เลยลืมตามองอีกที
ทุกคนหลับสนิท เลยคิดในใจ เอ้อ กุไม่นอนมันละ ไม่ให้นอนก็ไม่นอน
เราก็เลยนั่งพักผ่อน นอนเล่นจนเช้า กระทั่งทุกๆคนตื่นกันหมด จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่า
ผญ.คนนั้นต้องการจะคุยอะไร

ขอขอบคุณแหล่งที่มา facebook

ผีปล่องเมรุ

ผีปล่องเมรุ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีปล่องเมรุ
ผีปล่องเมรุ 

ผีปล่องเมรุ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เมื่อวัน จันทร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ผมได้ขับรถไปส่งน้อง ที่วัดอุดม ไม่เชิงที่วัดหรอกครับ เพียงแค่ เลยไป เข้าไปที่ตรอก 81 แต่เที่ยวกลับนั้น กลับทางข้าง หลังวัด ซึ่งมาไปนัด เปลี่ยวมากแถมมึดอีก

ในซอยที่ผ่านไปนั้น ดูไปด้านหน้าก็เจอสิ่งที่ไม่ค่อยจะกล้า แหงนหน้ามองเท่าไรนัก ซึ่งก็คือ ปล่องที่เผาศพ ที่มีลอยไหม้ ดำๆอยู่นั้น น้องผมที่ ตามมาส่งด้วย ก็เริ่มเงียบกลิบ หลังจากที่เขา แพร่ม มานาน ตั้งแต่ ซอย81 กลับไม่บอกอะไรเลย หลังจากผ่านวัด ในที่สุด มาถึงจุดที่ผมอยู่กันก็คือ มอเอเซีย น้องผมก็ได้เล่าให้ฟังว่า เขามองเห็นคนอยู่บนปล่องเมรุ มันทำให้ผมตกใจมาก แล้วก็แทบจะไม่ต้องการผ่านที่นั้นอีกเลย ..…

นางสีนวล

นางสีนวล เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

นางสีนวล
นางสีนวล

นางสีนวล เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรามีเรื่องมีราวมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง เรื่องของพวกเราอาจไม่น่ากลัวแต่ว่าก็เป็นเรื่องแปลกๆที่พวกเราได้พบมา พวกเราเลี้ยงหมาไว้หนึ่งตัวชื่อ สีนวล แม่ของสีนวลเป็น สุนัขจรจัด ที่มีคนไปช่วยเอามาเลี้ยงไว้ ตอนนั้นแม่ของสีนวลท้องและคลอดออกมา สหายแม่เรารู้ข่าวเลยเสนอแนะให้แม่พวกเราไปรับมาเลี้ยง ตั้งแต่สีนวลยังเล็กๆสีนวลรักพวกเรามาก จะรอตามพวกเราไม่ห่าง พวกเรากับแม่ก็จะ

รักสีนวลมากมาย มันไม่ดื้อรั้นไม่ดื้อ สอนอะไรก็เชื่อฟัง พวกเรากับแม่เลี้ยงสีนวลมาเป็นสิบปี แม้กระนั้นมีตอนที่พวกเราเรียนมหาลัย พวกเราจะต้องไปอยู่หอพักที่มหาลัย เดือนนึงถึงจะได้กลับมาบ้านสักหนึ่งครั้ง เวลากลับมาบ้านพวกเราก็ไม่ค่อยได้เล่นกับสีนวลอย่างเดิม เพราะเหตุว่าพวกเราเรียนหนักจำต้องเอางานมาทำที่บ้านด้วย บางเวลาพวกเราได้เพียงแค่คลำหัวสีนวลแล้วพวกเราก็ขึ้นเขาห้องตลอดวัน แม่พูดว่าตอนหลังๆสีนวลมันมองซึมๆไป แต่ว่าพวกเราก็มิได้คิดอะไร พวกเราก็กลับไปเรียน จนกระทั่งตอนปิดภาคการศึกษาแม่พวกเราไปยังต่างประเทศกับพี่น้องๆแต่ว่าพวกเราไปมิได้เนื่องจากว่าติดปฏิบัติงานส่งคุณครูตอนซัมเมอร์ ขณะที่บ้านพวกเราไม่มีผู้ใดอยู่บ้านแม่จะฝากให้พี่ข้างบ้านรอเอาของกินมาให้สีนวล ตอนนั้นพวกเรากลับไปบ้าน พวกเรามองไม่เห็นสีนวล พวกเราก็เลยเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ จนกระทั่งพวกเราเดินไปข้างหลังบ้าน มองเห็นสีนวลนอนอยู่ เพียงพอสีนวลมองเห็นพวกเรา ก็ดีแล้วจิตใจกระดุกกระดิกหาง แล้ววิ่งมาหาพวกเรา พวกเราก็กอดสีนวลไว้ แล้วพวกเราก็เข้าบ้าน พอเพียงตอนเวลาเย็นพวกเราจะเอาของกินให้สีนวล แต่ว่าพวกเราไม่พบจานของใช้ของสอยมัน พวกเราเลยจำต้องออกไปซื้อจานข้าวให้มันใหม่ พวกเราคลุกข้าวกับไก่ต้มให้มัน แล้วก็ของกินเม็ด สีนวลรับประทานอย่างอร่อยมาก เสมือนหิวมาก เพียงพอค่ำๆพวกเราก็เข้าบ้าน สักราวสี่ทุ่มแม่พวกเราโทรมาจากต่างแดน(ยุคนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ) เราก็คุยกับแม่รวมทั้งถามแม่ว่า จานของใช้สีนวลหายไปไหน จะคลุกข้าวให้สีนวล หาจานข้าวไม่พบเลย นี่จำเป็นต้องออกไปซื้อมาใหม่เลย แม่เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วแม่ก็พูดว่าให้พวกเราฟังดีๆนะ แม่พูดว่าสีนวลตายไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา แม่กลับมาจากด้านนอก เรียกสีนวลก็ไม่มีเสียงตอบ แม้กระนั้นพอเพียงเดินไปข้างหลังบ้านมองเห็นสีนวลตายอยู่ ด้านข้างมีซากงูที่มีพิษตัวใหญ่ แม่กล่าวว่าสีนวลอาจสู้กับงูเพื่อคุ้มครองบ้านพวกเรา แม้กระนั้นแม่ไม่ต้องการที่จะอยากบอกพวกเราเนื่องจากว่าเป็นช่วงๆที่พวกเรากำลังสอบไฟนอล กลัวพวกเราจะเศร้าใจ พอเพียงพวกเราได้ยินแบบงั้นพวกเราร้องไห้โฮเลย พวกเราออกไปดูจานข้าวที่พวกเราคลุกข้าวให้สีนวล ปรากฎว่าข้าวยังอยู่เต็มจานมิได้มีอะไรรับประทานไปเลย พวกเราเดินหาสีนวลรอบบ้านก็ไม่พบ พวกเรามิได้พบสีนวลอีกเลย แต่ว่าพวกเราทราบว่า สีนวลอยู่ด้านข้างพวกเราเสมอ สีนวลยังรอคุ้มครองป้องกันพวกเรากับแม่พวกเราอยู่เป็นประจำ นึกถึงนะสีนวล หลับพักให้สบายนะ…

วิญญาณเฮี้ยน

วิญญาณเฮี้ยน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

วิญญาณเฮี้ยน
วิญญาณเฮี้ยน

วิญญาณเฮี้ยน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

วันนี้ถึงเวลาดีเข้า สำนักงานใหญ่ที่ The Office CTW ชั้น 24 สักทีหลังจาก ที่โดนคนเสื้อแดงยึดแยกราชประสงค์ไปนานร่วมสองเดือนและมีเหตุการน่าสงสารสลดใจมีการเผาห้างมีคน เสื้อแดงเสียชีวิตไปหลายคนบางคนตายอย่างน่าสมเพทสงสาร ร่างกายถูกเผาไหม้ดำได้เปรียบตะโก บางคนก็นอนตายแถกเหงือก ตาเหลือกถลน อย่างทรมาร น่าสะพรึงกลัว

จริงแล้ว..น้องๆที่ สนง.ใหญ่ ได้ย้ายเข้าไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีผู้ใดโทรมาบอกหรือเล่าให้ฟังว่า พบกับอะไรบ้าง กระผมเองจำต้องเข้าสัมมนาบอร์ด วันแล้ววันเล่าจันทร์ตอน 10-11 โมงอยู่แล้ว

วันนี้ได้ขับรถเข้าไปสัมมนาตามเดิม ในขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าปากทางเข้าประจำเป็นปากทางเข้า 1 ด้านฝั่งถนนหนทางพระราม 1 หน้ากรม ตำรวจ วันนี้ได้มีการ

ปรับเปลี่ยนทางเข้าให้มาเข้าปากทางเข้าถนนหนทางพระราม 1 แต่ว่าเป็นเส้นที่ชิดกับวัดปทุมวนาราม ขับลงที่จอดรถ B1 ซึ่งปกติก็หาที่จอดรถชั้นนี้ยากอยู่แล้วในโซนสำนักงานนี้ วนลงไปชั้น B2 ดูไปขวามือ รถยนต์หยุดกันเต็มเลยขับไปอีกนิดหนึ่งเป็นทางแยกรวมทั้งมี รปภ. ยืนอยู่ผู้คนจำนวนมาก
จึงได้กดกระจกรถลงไป ตั้งใจจะถามว่า…

สามารถหยุดที่ไหนได้อีก ไม่ต้องการลงไปหยุด B3 บรรยากาศเงียบวังเวงมากมาย ในระหว่างที่กดกระจกลง มีกลิ่นเหม็นเหมือนกลิ่นคนเสียชีวิตโชยเข้าจมูก อันนี้คนจำนวนไม่น้อยอาจมีความคิดว่า กระผมอุปทานไป ไม่ใช่จ้ะ เป็น
กลิ่นเดียวกับที่ผมเคยได้กลิ่นตอนป๋าเสียไปเมื่อท้ายปีที่แล้ว
….ง่ะ..ชัดๆเลย อาการออกทาง สีหน้าท่าทางชัดๆจะอาเจียน หน้าเสียซีดเผือด

รปภ. ถามว่า..มีอะไรให้ช่วยครับผม ?
ข้าพเจ้าบอกว่า ไม่เป็นไร แล้วรีบปิดกระจกขึ้น ขับขี่รถวนซ้ายหาที่จอดรถได้ไม่ไกลนัก ลงรถแล้วยังได้กลิ่นเหม็นเน่าติดจมูกขึ้นไปจนถึงสถานที่ทำงาน พี่เจี๊ยบเห็นเค้าหน้าไม่ค่อยดี เอ็งเลยเอายาดมมาให้
ความลับเลยแตก….ทุกคนในออฟฟิศรู้หมดว่า..ข้าพเจ้ากลัวผี…!!!

เล่าให้ทุกคนฟัง มีน้องแป๋ม ก็เข้ามาผสมโรงเหตุว่า ที่ B3 มีคนลือว่าชั้นหยุดรถยนต์ B3 มีคนตายด้วยเหตุว่าสำลักควันอยู่ไม่น้อย โน่นยิ่งทำให้ต่อมความหวาดกลัวของข้าพระพุทธเจ้ายิ่งทำงานหนักมากขึ้นเรื่อยๆ

ภายหลังที่สัมมนาเสร็จราวๆ บ่ายสามกว่าๆคงจะได้เดินลงมาที่
ชั้น B2 ที่จอดรถไว้ เดินมาถึงที่รถยนต์เงียบม๊าก……. ไม่มีผู้ใดเลย……

วังเวง วิเหวงโหวง มากๆกำลังจะเปิดประตูรถ จมูกตัวการได้กลิ่นเหม็นแบบเดิมโชยมาอีกแล้ว…!!!น้อยเกินไป หูเจ้ากรรมได้ยินเสียง…หวีดโหยหวลดังมาทีแรกๆนึกว่าเสียงลม
ตรงกันข้าม นี่มันชั้นที่อยู่ใต้ดินนี่หว่า…!!!! จะมีลมจากไหน
พัดมาล่ะ…..แป๋วววววววววว……ความตาขาวในตัวแสดงออกมาชัดเจน

รีบปิดประตูรถ ล๊อคประตูในทันที นั่งทำใจแปปหนึ่ง ก่อนออกมาจากที่จอดรถได้ถ่ายภาพบรรยากาศมาให้มอง…
ว่า CTW ที่เคยมีคนพลุกพล่านหนาตา ในขณะนี้เหลือแต่ความเงียบหงอยเหงา และวังเวงน่ากลัวให้เห็น…..…

ผีเฝ้าเสา

ผีเฝ้าเสา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีเฝ้าเสา
ผีเฝ้าเสา

ผีเฝ้าเสา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณบาส (นามสมมุติ) เกิดเรื่องที่เกิดสังกัดญาติของคุณบาส ซึ่งเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของกลุ่มวิศวกร ออกแบบก่อสร้าง ห้างแห่งหนึ่ง ในจ.กรุงเทพฯ จะต้องดูแลเรื่องออกแบบองค์ประกอบ งานก่อสร้าง ควบคุมช่าง แล้วก็ดูแลงาน ตามขั้นตอน ตามแบบแปลน ที่วางไว้ คุณบาสเล่าว่ากล่าว..

ภายหลังสร้างเสร็จแล้ว ก็มีร้านต่างๆมาเช่าเปิดร้านกันมากมาย แต่ว่าส่วนมากก็จะอยู่กันได้ไม่นาน ก็จะย้ายออกครับ เจ๊ง.. แล้วก็ทางห้างก็จะหาผู้เช่ารายใหม่ถัดไปเรื่อย.. มีคนได้ยินเรื่องเล่ากันจากพ่อค้า แม่ค้าที่ย้ายออกไปว่า ช่วง เวลากลางคืน ตอนเก็บร้าน ก็จะได้ยินเสียงเดินไปมา ทั้งที่ไม่มีใคร หรือจนกระทั่งยาม แม่บ้าน ก็พบกันทุกราย.. แม่บ้านทำความสะอาด ที่มาดำเนินการก่อนห้างเปิด พบคนนั่งร้องให้ บ้างก็มองเห็นเสื้อผ้าลอยได้.. ตอนห้างปิด ยามมองเห็นในกล้องวงจรปิดถ่ายภาพคน วิ่งทะลุหายไปในกำแพงเฉยๆพากันขวัญผวาไปใหญ่ ในที่สุดห้างก็แทบจะเจ๊งไป เพราะย้ายออกกันหมด

กระทั่งมีการเปลี่ยนมือประธานเจ้าใหม่เข้ามา ก็จะมีการปิดปรับปรุง เปลี่ยน วางแบบด้านในใหม่ โดยได้ว่าจ้างทีมวิศวกรกรุ๊ปเดิม ซึ่งหนึ่งในซึ่งก็คือพี่น้องของผม เข้ามาคุมงาน.. คืนวันหนึ่ง ตอนนั้นคงจะประมาณ 5 ทุ่ม เหล่าช่าง รวมทั้งคนงานที่มาทำงานตกแต่งร้านค้า ก็พากันกลับหมดแล้ว ส่วนกลุ่มวิศวกร ก็พากันขึ้นไปทานข้าว ที่ร้านอาหารชั้น 5 ซึ่งก็ปิดเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน แต่ยังเพียงพอมีโต๊ะ เก้าอี้ให้นั่งอยู่ ต่างคนต่างซื้อของกินจากด้านนอก มากินร่วมกัน.. ระหว่างที่ทานข้าวกันอยู่ เครือญาติผมก็ชำเลืองไปพบ สตรีกลางคนคนนึง นั่งอยู่ในมุมมืด.. สายตาคุณ ดูมาทางกรุ๊ปวิศวะ ที่ทานข้าวกันอยู่.. หัวหน้าบอกกับพี่น้องผมว่า ‘คนไหนกันแน่วะ ดึกดื่นๆดื่นๆยังไม่กลับอีก ไปนั่งอยู่ที่ตรงนั้น ไปเรียกเค้ามากินข้าวร่วมกันสิ..’ รวมทั้งบอกให้พี่น้องผม ไปเรียกหญิงหญิงคนนั้นมา พี่น้องผมก็เดินไปถาม ‘พี่ขอรับๆเพราะเหตุใดยังไม่กลับอีก? มาทำอะไรอยู่นี้ หัวหน้าผม ให้มาเชิญชวนไปรับประทานร่วมกัน..’ แต่ว่าก็ไม่มีเสียงตอบรับสักคำ.. พี่น้องผมถามคำถามเดิมไปอีกที กระทั่งท้ายที่สุด เพศหญิงคนนั้นก็ตอบกลับมาช้าๆเสียงออกสำเนียงอิสานว่า ‘บ่ไปหรอก..ให้หัวหน้ามากินที่นี่สิ’

ญาติผมก็ตะคอกไปบอกหัวหน้า ที่นั่งห่างไปไม่ไกลมากแค่ไหนว่า ‘หัวหน้าครับ คุณไม่ไปหรอก เธอให้เรา ย้ายมากินที่โต๊ะของคุณนะครับ..’ หัวหน้าก็ร้องกลับมาว่า ‘จะบ้าหรอยังไง เรามากกว่า จะให้ย้ายไปที่คนน้อยกว่าได้ยังไง มานั่งตรงนี้สิ..’ ผู้หญิงคนนั้นได้ยิน ก็เบาๆหันไปทางศีรษะหน้าช้าๆดูแบบตาขวาง ไม่กระพริบตา แล้วบอกขึ้นว่า ‘หัวหน้า.. ไม่เจอะกันตั้งนาน ยังใจดำเหมือนเดิมนะ!’ หัวหน้าก็มึนงง ‘คุณรู้จักผมหรอ?’ ผู้หญิงคนนั้นตอบว่า ‘เพราะเหตุใดจะไม่เคยทราบล่ะ.. เวลาผ่านมาไม่นาน ทำเป็นจำไม่ได้ ก็ฉันอยู่ที่เสาชั้น 2 ที่หัวหน้าไม่ยอมเอาฉันออกมายังไง..’ เพียงแค่นั้นล่ะ หัวหน้าพี่น้องผม วิ่งป่าราบก่อนเพื่อนเลย ลูกน้องทุกคนที่นั่งอยู่ ก็วิ่งตามกันไปแบบงงๆ.. จนวิ่งออกมาหน้าอาคาร ทุกคนถามหัวหน้าว่า กำเนิดอะไรขึ้น? หัวหน้าหันมาตอบเสียงสั่นเครือว่า ‘เมื่อกี้ไม่ใช่คน..’ รวมทั้งเล่าที่เกิดขึ้น โดยสั่งย้ำทุกคนว่า ห้ามเปิดเผย ตราบจนกระทั่งพวกเราจะหมดภาระ จากการเป็นที่ปรึกษาของบริษัทนี้ก่อน..

หัวหน้าเล่าให้ฟังว่า.. ตอนก่อสร้างตึกครั้งแรก มีคนงานสตรีคนหนึ่ง ตกลงไปในเสาเอก (เสาหลัก) ตอนเทปูน มาพบอีกครั้ง ก็ขณะที่แกะบล็อคออกจากเสา ถึงทราบดีว่ามีคนอยู่ด้านใน.. จะเอาออกก็ไม่ได้ จะต้องทำการรื้อใหม่อีกทั้งชั้น จะสูญเสียงบประมาณไปหลายล้านบาท.. คราวหลังก็มารู้ว่า ผู้ที่ติดอยู่ด้านใน เป็นเมียคนงานที่ทำงานอยู่ตรงนี้เอง ข้างผู้รับเหมา และวิศวะเลยจำต้องเสนอเงินปริมาณหนึ่ง ให้กับผัว รวมทั้งตกลงใจฉาบปูนทับไปเลย โดยไม่มีการเอาศพออก แล้วก็ปิดเป็นความลับ จนถึงในที่สุดเรื่องก็เงียบไป.. แม้กระนั้นอย่างว่าล่ะนะครับ มันเลยเป็นอาถรรพ์ ผู้ใดมาบริหารห้างนี้ เจ๊งแล้ว เจ๊งอีก เวลานี้ ก็ยังเฮี้ยนไม่เลิกขอรับ เห็นอกเห็นใจผู้ครอบครองใหม่ พ่อค้า แม่ค้า แม่บ้าน และก็ยาม ที่เขาไม่รู้เรื่อง แต่จำต้องมาเจอดี..…

ห้องเช่าผีย่านธน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ห้องเช่าผีย่านธน

ห้องเช่าผีย่านธน

ห้องเช่าผีย่านธน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ห้องเช่าผีย่านธน

พวกเราได้ย้ายเข้ามาอยู่ข้างในห้องเช่าย่านธนบุรี บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่มองน่าวังเวงเป็นบ้านไม้ยกสูงด้านล่างจะเตียนโล่งๆคล้ายบ้านทรงไทย โดยบ้านข้างหลังนี้จะมีอยู่ 3 ชั้น 2 ห้องนอนด้านข้างบ้านจะมีศาลตั้งอยู่ข้างรอบรอบๆบ้านนั้นปลอดคนอาศัยอยู่เลยผมนั้นอาศัยอยู่กับน้องชาย 2 คนภายในตอนตอนราวๆตี 2 น้องได้ไออกไปเทียวแล้วกลับมาเดินผ่าน ใต้ถุนบ้าน แล้วได้ยินเสียงเสมือนคนกำลังคุยกันเขาก็นึกในใจใครกันแน่มาทำไรดึกมากแถวนี้เขาก็มิได้คิดอะไรเพราะเหตุว่าเขาไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรอย่างงี้ก็เลยเดินขึ้นไปที่ห้องของตนเองธรรมดา หลักจากที่เขาได้นอนไปครู่หนึ่งแล้วเสมือนมีคนมาดึงขาเขาลงจากเตียง น้องพวกเรากลัวมากมายเลยวิ่งออกมาจากห้องมาเคาะประตูผมมานอนด้วยกระทั่งเช้า

หลังจากวันนั้นต่อมาน้องเราไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วอยู่ดีๆก็ขอย้ายไปเช่าห้องที่อื่นซึ่งผมก็ได้อยู่บ้านหลังเดิมคนเดียว ซึงในห้องน้ำผมนั้นจะมีห้องมีกระจกเป็นไม้เก่าๆดูหน้าขนลุกเวลาส่องกระจกเหมือนมีคนค่อยมองจากด้านหลังแถมอยู่คนเดียว พอตกตอนกลางคืนไม่กล้าที่จะเดินลงมานอกบ้านเลย ทุกวันเหมือนมีคนคุยกันข้างล่างตลอดซึ่งแถวนั้นไม่มีคนอยู่เลย มีอยู่วันหนึ่งผมได้นอนหลับไปสักพักเหมือนมีคนมาเดินรอบเตียงเอามือขูดพื้นห้อง ผมนี่ทำไรไม่ถูกได้แต่นอนคุมโปงเป็นอย่างนี้ทุกวันหมาก็เห่าทุกคืนตอนนอนแถมบางครั้งได้ยินเสียงเหมือนมีคนมากระซิบข้างหูตลอดผมอยู่ได้ 1 ปีจึงตัดสินใจย้ายออกจากบ้านหลังนั้นทันที โดยหลังจากที่ย้ายออกมาสักพักจะมีคนมาเช่าต่อได้เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันจนไม่มีใครกล้าเช่าต่ออีกเลย

ขอขอบคุณแหล่งที่มา h-horror.com…

ตายแล้วฟื้น

ตายแล้วฟื้น เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ตายแล้วฟื้น

ตายแล้วฟื้น

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ตายแล้วฟื้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณสิน คุณสินพักอยู่คนเดียว ที่คอนโดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเรื่องที่จะเล่านี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว โดยคุณสินเล่าว่า.. สมัยที่ผมย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดใหม่ๆ ผมพักอยู่

ชั้น 9 มีเพื่อนข้างห้อง เป็นชายชาวจีน หรือฮ่องกงก็ไม่แน่ใจ เค้าดูเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจากับใคร ซึ่งผมแทบจะไม่ได้เจอเค้าเลย หรือถึงเจอกันในลิฟ ก็ไม่ได้ทักทายอะไรกัน แต่เค้าเคยบอกผมแค่ว่า เค้าอยู่คนเดียว..

มีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมรู้สึกว่าได้ กลิ่นเหม็นเน่า จางๆ ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน ก็ยังไม่ได้เอะใจอะไร แต่พอหลายวันเข้า กลิ่นมันก็ยังคงอยู่อย่างนั้น ไม่หายไปเลย ก็เริ่มรู้สึกว่า เป็นอะไรที่มันรบกวนผมมากๆ.. จนมีอยู่คืนหนึ่ง ผมไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ทำงาน กลับมาค่อนข้างดึกมาก ประมาณ ตีสองกว่าได้ ผมขึ้นลิฟมา และได้เจอกับผู้ชายข้างห้อง ที่กำลังลากถุงดำใบใหญ่ ไปที่ห้องพักขยะของชั้น 9 สีหน้าดูเหมือนคนอ่อนเพลียมากๆ (คอนโดของผมเวลาจะทิ้งขยะ ก็จะมีห้องพักขยะของแต่ละชั้นอยู่ตรงบันไดหนีไฟ โดยจะมีถังดำใบใหญ่ตั้งไว้ในทุกๆ ชั้น และแม่บ้าน จะคอยมาเก็บไปทิ้งทุกวัน) ผมเดินผ่านชายคนนั้นมา โดยที่ก็เหมือนเดิม ไม่ได้ทักทายอะไรกัน พอมาถึงหน้าห้องของผม ผมก็เหลือบไปเห็นว่า ประตูห้องของชายคนนั้นเปิดแง้มไว้อยู่ และก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็น ที่ผมได้กลิ่นทุกวัน ซึ่งมั่นใจได้เลยว่า ห้องนี้คือต้นตอของกลิ่นเหม็นเน่านี้.. และสายตาผม ก็ต้องไปสะดุด กับสิ่งหนึ่ง นั่นคือมีผู้หญิงคนหนึ่ง นอนอยู่บนโซฟา โดยผมเห็นเพียงด้านหลัง แค่ผม และแขนที่ยื่นออกมาเท่านั้น แต่ที่ผมแปลกใจคือ ผิวนั้นดูขาวซีดมากๆ

ผมตัดสินใจยืนรอ ให้ชายคนนั้นกลับมาที่ห้อง สักพักชายคนนั้นก็กลับมา และผมก็ถามเค้าเป็นภาษาอังกฤษ ความว่า มีกลิ่นอะไร เหม็นออกมาจากห้องคุณ? ชายคนนั้นดูท่าทางเลิกลั่ก แล้วพูดภาษาจีนว่าอะไรก็ไม่รู้ ดูเหมือนไม่พอใจ แล้วรีบเดินเข้าห้อง ปิดประตูใส่หน้าผมเสียงดัง.. ด้วยความอยากรู้ ผมตัดสินใจเดินไปที่ห้องพักขยะของชั้น 9 เพื่อดูว่าในถุงดำ ที่ชายคนนั้นลากมามีอะไร แต่เปิดถังขยะกลับไม่มีถุงดำ? แต่ผมก็ได้กลิ่นเหม็นอยู่ใกล้ๆ นี้ ผมลองขึ้นบันไดไปชั้น 10 เปิดถังพักขยะของชั้น 10 กลับเจอถุงดำใบนั้น ผมลองเปิดออกดู ซึ่งมันเป็นกลิ่นเหม็นเน่ามากๆ และข้างในถุงนั้น มีสิ่งที่คล้ายกับใบชา หรือสมุนไพรจีน ที่ยังอุ่นๆ เปียกๆ เต็มถุงไปหมด.. ผมกลับห้องไป และก็ยังคงทนเหม็นอยู่อย่างนั้น ไปอีกวัน สองวัน

วันหนึ่งผมได้ไปแจ้งเรื่อง กับทางนิติบุคคลของคอนโด และก็มีเจ้าหน้าที่ 2 คนขึ้นไปที่ห้องชายคนนั้นกับผม พอไปถึงห้องก็เคาะประตู ชายคนนั้นก็เปิดประตู ซึ่งสีหน้าดูไม่ดีเลย และก็แน่นอน กลิ่นเหม็นเน่า มันค่อนข้างแรงขึ้น โชยออกมาจากห้อง แต่ด้วยภาษา ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่พยายามจะเข้าไปในห้อง แต่ชายคนนั้นก็ดูโมโห และก็ไม่ยอม พูดโวยวายเสียงดังเป็นภาษาจีน จนสุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปจนได้ และเมื่อเดินไปที่ห้องน้ำที่เปิดอยู่ ก็ต้องผงะกับสิ่งที่เห็น.. นั่นคือร่างไร้วิญญาณของหญิงสาว นอนเปลือยเปล่าอยู่ในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยดอกไม้แห้ง หรือสมุนไพรจีน ก็ไม่อาจจะรู้ได้ ถึงตอนนั้น เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบโทร 191 แจ้งเหตุทันที ส่วนชายคนนั้น กลับวิ่งหนีสุดชีวิต ลงไปทางบันไดหนีไฟ เจ้าหน้าที่ก็ตามกันไป

ผมก็ลงลิฟท์ตามไป เจอเจ้าหน้าที่ 2 คนอยู่ที่บันไดหนีไฟชั้น 1 พอดี แต่สิ่งที่พบคือ ร่างของชายคนนั้น ที่ตกบันไดลงมา คอหักตายคาที่.. และหลังจากนั้น ตำรวจมาถึง ผม และเจ้าหน้าที่ของคอนโด ก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง และพากันไปที่ห้องของชายคนนั้น ตำรวจก็ตรวจสอบศพของผู้หญิงในอ่างน้ำ ซึ่งดูแล้วน่าจะเสียชีวิตมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 10 วัน แต่สภาพศพกลับยังไม่เน่า และก็เป็นที่สงสัยกันว่า ชายคนนั้นพยายามจะทำอะไร กับร่างของหญิงคนนี้? จากนั้น ตำรวจก็ตรวจค้นห้องที่เกิดเหตุ และนำศพของผู้หญิง และชายจีน ไปทำการชันสูตร และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ผ่านไปหลายวัน.. เจ้าหน้าที่นิติบุคคลของคอนโด ก็ได้โทรมาที่ห้องผมแต่เช้า เพื่อให้ลงไปที่ออฟฟิศของคอนโด.. พอผมลงไป ก็พบกับเจ้าหน้าที่หลายคน รวมถึงตำรวจอีก 2 คน รวมตัวกันอยู่ ตำรวจคนหนึ่งบอกว่า จากประวัติที่สืบมา ชาย หญิง 2 คนที่เสียชีวิตนั้น เป็นสามีภรรยากัน แต่งงานกันมาเป็น 10 ปี.. แต่สิ่งหนึ่งที่ตำรวจนำมา และมันทำให้ผม และทุกคนขนลุกวาบ นั่นคือ VDO ม้วนหนึ่งที่ทางตำรวจค้นเจอในห้อง ซึ่งที่หน้าม้วน VDO ระบุวันที่ 31/3/1999 (เมื่อ 2 ปี) ก่อน และภาพใน VDO คือ ภาพของร่างอันไร้วิญญาณ ของชายจีนคนนั้น นอนอยู่ในอ่างน้ำ ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรจีน โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอาบน้ำ ล้างตัวให้ชายจีนคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็คือ ภรรยาของชายคนนั้นเอง ที่เราพบเป็นศพในอ่างน้ำวันก่อน!!

แปลว่า.. ชายจีนคนนี้ เคยตายไปแล้ว และฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยสมุนไพรจีน หรืออะไรบางอย่าง ที่ภรรยาตัวเองอาบให้.. และวันหนึ่ง ภรรยาของชายคนนี้ก็ตายไป ด้วยสาเหตุบางอย่าง และชายคนนี้ก็กำลังจะทำวิธีเดียวกัน เพื่อให้เธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง..

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.thehouse.online

ไร้เงาหัว

ไร้เงาหัว เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ไร้เงาหัว

ไร้เงาหัว

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ไร้เงาหัว

นุช เจ้าของเรื่องเป็นคนหาดใหญ่ และได้ย้ายเข้ามาเป็นนักศึกษาปี 1 ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นุชได้เช่าหออยู่ในมหาวิทยาลัยกับเพื่อนใหม่ชื่อ อร ซึ่งเรียนอยู่คณะเดียวกัน

นุชเล่าว่า.. ในวันงานเฟรชชี่ไนท์ ซึ่งจัดขึ้นทุกปี เพื่อต้อนรับน้องใหม่ปี 1 เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ในวันนั้นจะมีการเลือกชมรม และในแต่ละคณะก็จะมีการรับน้อง รวมถึงการผูกแขนจากรุ่นพี่ และอาจารย์ด้วย คืนนั้นในระหว่างที่เรา อร และเพื่อนๆ ทุกคนได้เข้าคิวกันไปผูกแขน วิท เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในคณะก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปรวมเก็บไว้ และในคืนนั้นพวกเราก็อยู่ดูคอนเสิร์ตกันจนดึก

จากวันนั้นผ่านไปประมาณ 2-3 วัน วันนั้นเป็นวันเสาร์ เราอยู่ห้องคนเดียวเนื่องจาก อร ออกไปกับเที่ยวแฟน.. ช่วงบ่ายวันนั้นเอง วิท เพื่อนในคณะก็โทรมาหาเรา และบอกว่ามีเรื่องประหลาดจะให้ดู เรานัดกันที่ร้านอาหารข้างๆ มหาวิทยาลัย วิท เปิดรูปที่ถ่ายรวมในงานคืนนั้นให้เราดู เราตกใจมากๆ เพราะในรูปรวมนั้นมีเราอยู่ข้างๆ อร แต่อรกลับไม่มีหัว มีแค่เพียงไหล่ลงมาเท่านั้น.. วิทบอกว่าเพิ่งมาเปิดดูรูปเมื่อเช้านี้ก็มาสะดุดกับรูปนี้ทันที เลยจะเอามาให้อรดู แต่โทรติดต่ออรไม่ได้ เลยโทรมาหาเราแทน

เรารีบโทรหาอรทันที แต่ก็ไม่มีคนรับสาย.. และในเย็นวันนั้นเอง เราก็ได้ทราบข่าวว่าอรกับแฟนมอเตอร์ไซค์ล้ม และอรถูกรถพ่วงทับ เสียชีวิต ทันที ส่วนแฟนอรรอดตายหวุดหวิด เพราะกระเด็นออกนอกถนนไป..

ผ่านไปหลายเดือน เรื่องนี้ยังฝังใจมาจนถึงทุกวัน.. เรากลับไปบ้านที่หาดใหญ่ เล่าเรื่องนี้ให้พ่อแม่ และยายฟัง และเราก็ต้องขนลุกอีกครั้ง กับสิ่งที่พ่อเล่า.. พ่อเล่าว่า ครั้งหนึ่งสมัยเรายังเด็ก พ่อกับแม่พาเราไปเที่ยวเกาะ กำลังจะขึ้นเรือข้ามฝั่ง และเราก็ถามพ่อว่า ‘พ่อทำไมคนที่อยู่บนเรือถึงไม่มีหัวสักคนเลยล่ะ?’ พ่อกับแม่ได้ยินแบบนั้นก็ใจไม่ดี เลยตัดสินใจไม่ขึ้นเรือ และหลังจากนั้นก็มีข่าวว่าเรือลำนั้นล่มกลางทะเล ทำให้ทุกคนเสียชีวิตทั้งหมด.. แต่เราคงยังเด็กมาก เลยจำเรื่องนั้นไม่ได้..

ยายบอกเราว่า คนพวกนี้ชะตาขาดกำลังจะตายโหง เลยไม่มีเงาหัว.. โบราณว่าไว้ถ้าเราเห็นคนที่ไม่มีหัว ให้เราหาอะไรไปต่อหัวให้ และเรียกชื่อเค้าดังๆ จะเป็นการต่อชิวิตให้เค้า ตามแต่บุญเก่าที่เค้าทำมา..…

ผีนั่งแท็กซี่

ผีนั่งแท็กซี่ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีนั่งแท็กซี่

ผีนั่งแท็กซี่ 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีนั่งแท็กซี่

ความจริงจากคุณแขน กรมีอาชีพขับรถแท็กซี่มา 4-5 ปีแล้ว ซึ่งแขนจะเช่ารถแท็กซี่มาขับเป็นรายอาทิตย์จากอู่แท็กซี่แห่งหนึ่งแถว นนทบุรี รวมทั้งรถแท็กซี่ที่จะได้มาขับก็จะไม่ใช่คันเดิมเสมอ..

ช่วงสายวันหนึ่งแขนก็ไปรับรถแท็กซี่มาขับตามธรรมดา เมื่อใดก็ตามรับรถยนต์มาใหม่ มือก็จะหยุดรถไว้หน้าบ้าน รวมทั้งล้างรถทำความสะอาดอีกทั้งภายนอกข้างใน แต่แขนก็สะดุดกับรอยเปื้อนสีดำๆที่เบาะหลังซึ่งขัดถูอย่างไรก็ขัดถูไม่ออก.. แล้วมือก็เข้าบ้านไปนอนเอาแรง เพื่อที่จะออกไปวิ่งรถกะดึก..

คืนนั้น.. กรออกจากบ้านมาที่รถแท็กซี่ และกรก็เหลือบไปเห็นรอยคล้ายๆ มือคนที่กระจกผู้โดยสารด้านหลังฝั่งคนขับ กรจึงเอาผ้าเช็ดรอยมือนั้น แต่เช็ดไม่ออก เพราะเป็นรอยที่เกิดจากด้านในรถ กรจึงเปิดประตูออกมาเพื่อเช็ดรอยมือออกโดยที่ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าคงเช็ดทำความสะอาดไม่ทั่วถึงเอง

กรออกรถจากบ้านแถบนนทบุรี มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตระเวนหาผู้โดยสาร กรเล่าว่าคืนนี้มีเหตุการณ์แปลกๆ เมื่อผู้โดยสารโบกรถ กรแวะจอด แต่ผู้โดยสารกลับมองรถ และมองผ่านไปโบกรถคันหลังแทน ซึ่งเป็นแบบนี้หลายครั้งในคืนนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากคิดว่าคืนนี้ได้รายได้น้อยกว่าทุกครั้ง..

สักประมาณตี 4 กว่า กรที่วิ่งรถเปล่าเพื่อเดินทางกลับบ้าน จู่ๆ รถก็เกิดดับกลางคัน กรหงุดหงิดมาก และลองโทรหาเพื่อนที่ขับแท็กซี่กะคืนนี้เหมือนกัน โชคดีที่เพื่อนอยู่ไม่ไกลมาก.. จากนั้นไม่เกิน 10 นาทีแท็กซี่ของเพื่อนกรก็ขับมาจอดด้านหน้า เพื่อนกรลงมาจากรถพร้อมอุปกรณ์เพื่อจั๊มพ์แบตเตอรี่ และถามกรอย่างสงสัยว่า ผู้หญิงกับเด็กในรถเค้าจะไปลงไหนล่ะ?…

ฆาตกรรมโทโมโกะ

ฆาตกรรมโทโมโกะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ฆาตกรรมโทโมโกะ
ฆาตกรรมโทโมโกะ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ฆาตกรรมโทโมโกะ

คดีสะเทือนใจของ ‘โทโมโกะ คาวาชิตะ’ เหยื่อสาวประเทศญี่ปุ่นที่ถูก ฆาตกรรมชิงทรัพย์ ที่จังหวัดสุโขทัย โมมีความรู้สึกตั้งแต่ต้นแล้วว่า การที่โมได้รับเล่นบทเป็นโทโมโกะ มันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาโมตั้งใจไว้ว่าจะไม่รับงานแสดงอีกแล้ว แต่ว่าพอเพียงมองเห็นโพสต์หานักแสดงอันนี้ ก็มีความรู้สึกต้องการไปๆมาๆกๆซึ่งแปลกมากมาย เนื่องจากโมไม่คิดจะรับงานแสดงแล้วจริงๆโมอยากได้บทนี้ถึงกับขนาดที่จะต้องอธิษฐานในใจว่า ‘ถ้าเกิดพวกเรามีบุญสัมพันธ์กัน ขอให้โมได้รับแสดงบทนี้ด้วย..’ แล้วโมก็ได้บทนี้มาแบบที่ไม่ต้องลุ้นเลยค่ะ

คืนก่อนที่จะไปถ่ายทำสถานที่จริง ก็ได้นอนพักที่สุโขทัยคืนนึง แล้วโมฝันว่า มีคนโดนรถชนตายอยู่บนถนน 2 คน นอนขวางถนนเลย แล้วโมที่ขับรถอยู่เหยียบเบรคไม่ได้ ก็เลยทับคนที่นอนตายคนนึงมา แล้วลากร่างเค้าติดกับใต้ท้องรถไปด้วย ตลอดที่ขับรถออกมาจากตรงนั้น โมเห็นเลือดลากเป็นทางยาวแบบน่ากลัวมากๆ.. โมก็ไปเล่าความฝันให้ทีมงานฟัง แต่ก็ยังไม่ได้อะไร

จนตอนที่ไปถ่ายตรงสถานที่ที่โทโมโกะตาย โมก็เดินเล่นขึ้นไปบนเขาวัดวังหิน ในใจก็คิดว่า อยากรู้จังว่าโทโมโกะเธอตายตรงไหน? แต่ก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ จนไม่รู้จะไปไหน กำลังเดินลงชั้นล่าง อยู่ๆ โมก็ไปเจอแท่งหินที่ล้อมไปด้วยก้อนหินวางกองๆ กันเอาไว้ ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่อยู่ดีๆ โมก็เดินลงไปนั่ง แล้วมันเหมือนมีความรู้สึกแวบมาในหัวว่า ‘ที่ตรงนี้คือจุดที่ฉันตาย..’ จนพี่พิธีกรเค้าเดินเข้ามาหา แล้วบอกว่าเค้าจะถ่ายจุดนั้น เพราะเป็นจุดที่โทโมโกะตาย.. โมก็ตกใจนิดนึง ว่าที่คิดแวบๆ มันเป็นจริงว่ะ อะไรงี้

ระหว่างที่ถ่ายอยู่ โมก็ยืนดูอยู่ข้างๆ ได้ยินพิธีกรพูดไป ฟังแล้วอยู่ๆ โมก็รู้สึกอยากร้องไห้ โมพยายามไม่ร้อง แต่แล้วมันก็ไม่ไหวแล้ว เลยปล่อยโฮเลย ร้องไห้หนักมากจนนอนลงไปกับพื้น หน้าจุดที่โทโมโกะตายอะค่ะ ตอนร้องไห้คือแบบรู้สึกว่ามันปวดใจมากๆ แล้วก็พูดออกมาว่า ‘อยากกลับบ้านๆๆๆ’ ‘พ่อแม่ๆๆๆๆ’ วนๆ ซ้ำๆ อยู่แบบนั้น จนทีมงานต้องเข้ามาหา แล้วให้โมพยายามตั้งสติ แล้วถึงค่อยพาเดินออกมา วันนั้นก็ไม่มีอะไรต่อจนกลับที่พัก

พอเช้ามา พี่ผู้กำกับมาคุยกับโม แล้วเล่าว่าเค้าฝันว่าไปเจอคนตายเต็มถนนเลย และเห็นเศษกระดาษเปียกๆ ตกที่พื้น ก็เก็บขึ้นมาอ่าน โดยในกระดาษเขียนไว้ว่า ‘กูเลือกมึง..ไปบอกพวกของกูให้ด้วย’ แล้วพี่เค้าก็ตื่น ฝันของพี่เค้ากับฝันของโมดันมีส่วนคล้ายกันตรงที่ มีคนตายนอนบนถนน ซึ่งโมก็ยังไม่รู้ว่ามันมีความหมายว่ายังไง? จนกลับบ้านมา โมมีความรู้สึกว่าขนลุกตลอดเวลา ทุกครั้งเวลาเล่าเรื่องที่เจอให้เพื่อนฟัง หรือตอนที่นึกถึงโทโมโกะ โมจะขนลุกตั้งแต่หัวยันเท้าเลย..

ใครพอจะรู้จักร่างทรง หรือคนที่พอจะสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ไหมคะ? โมรู้สึกได้แค่ว่า โทโมโกะเธออยากกลับบ้านมากๆ แต่โมก็สื่อสารอะไรกับเค้าไม่ได้เลยค่ะ..…