เรื่องสุดสะพรึง ลานจอดรถสยอง กลางดึก

ผีอาคาต วิญญาณเฮี้ยน

ผีอาคาต วิญญาณเฮี้ยน เราเจอเองกับตัวที่ร.พ.ที่พิษณุโลก  ลานจอดรถของร.พ.ไปทางด้านหลัง

จะวนๆขึ้นไปเหมือนที่จอดในห้าง โดยในวันนั้นไปเยี่ยมเพื่อนที่ร.พ. ที่จอดด้านหน้าร.พ.จอดได้ไม่

กี่คัน เหมือนเค้าบังคับให้จอดด้านหลังหมดตอนไปเป็นช่วงเย็นยังสว่างอยู่ วนขึ้นไปจอดชั้นบน

เพราะชั้นล่างๆเต็มหมด ก็ได้ที่จอดตรงกลางๆของชั้นของทางลงที่จอดรถมีบันไดเล็กที่ตรงกลาง

แล้วก็มีลิฟท์อยู่ทางขวาที่สุดด้านล่างมียามนั่งอยู่ แล้วก็เป็นโซนมอเตอร์ไซค์ค่ะเรานั่งอยู่กับเพื่อน

ในห้องนาน เหมือนอยู่เป็นเพื่อนเค้าเพราะเค้าไม่มีใครมาเฝ้าก็เลยกลับมืดหน่อย ตอนที่กลับไม่ดึก

เท่าไหร่ ประมาณห้า ทุ่มก็เกือบๆเที่ยงคืนเราเดินไปที่จอดรถด้านหลังแล้วแอบเหวอๆนิดหน่อย

เพราะไฟที่จอดรถเปิดแค่ชั้นหนึ่ง กับชั้นสอง ทางด้านบนมืดสนิท ก็ไม่เปิดไฟเลย แล้วยามก็ไม่ได้

นั่งอยู่ที่ด้านล่างเหมือนเดิมที่สำคัญก็คือเจือกจำไม่ได้ว่าจอดรถไว้ที่ชั้นไหน แล้วรถเราก็ไม่มีปุ่มไฟ

ไซเรนเพื่อที่จะเรียกรถด้วย ใจก็คิดว่าขึ้นลิฟท์ดีกว่า ก็เพราะบันไดตรงกลาง ขึ้นไปไม่มีไฟ มอง

อะไรไปก็ไม่เห็นอยู่ดี เอาเป็นว่าขึ้นลิฟท์ไปแล้วพอเปิดประตูลิฟท์มา ก็อาศัยไฟจากลิฟท์นั่นแหล่ะ

มองหารถตัวเองเอา ลิฟท์ก็อยู่ทางขวา รถก็อยู่กลางๆก็น่าจะพอมองเห็น รถเราสีเทาเข้มเราเริ่มจาก

ชั้น 3 เพราะทางชั้นสองไม่จอดไว้แน่ๆ แต่พอพอลิฟท์เปิดมา ก็ได้ค่อยๆชะโงกหน้าออกไปด้วยใจ

ระทึก มันมืดมากมองไม่เห็นหอยไฟที่ลิฟท์สาดถึงคือหนึ่ง ช่วงบล็อคจอดรถ เห็นรถสองคันแรก

และที่เหลือก็คือมืดสนิทสรุปก็คือต้องใช้วิธีเปิดลิฟท์ค้างไว้เพื่อที่จะเดินหารถอีกที แต่ใจก็คิดว่าไม่

น่าใช่ชั้นสามแหล่ะ ก็เพราะในตอนขับก็จำได้ว่าวนๆเยอะอยู่นะ แต่สติไม่มีเลยตอนขับ ก็นึกคิดอะไร

ไปเรื่อยเปื่อย ทีนี้ก็เข้าลิฟท์ไป ก็ตั้งใจเริ่มใหม่ที่ชั้นสี่ พอถึง ก็กว่าลิฟท์จะเปิดนี่ช้ามากๆทั้งที่เมื่อกี้

ก็ปกติค่ะ เราก็ก้าวขาออกไป ก็ยังไม่ทันกดปุ่มที่ทำให้ลิฟท์ค้างไว้หรืออะไร ก็คือลองโผล่ไปก่อน

หยั่งเชิงแบบระแวงแต่พอเราก้าวขาออกไป มือเราก็ยังคาอยู่ที่ลิฟท์นะคะ ก็คือกดค้างไว้ไม่ให้ปิด

ภาพที่ลิฟท์ส่องให้เห็นในระยะที่บอกไปก็คือ มีเงาคนกลุ่มๆหนึ่งวิ่งกรูกันเข้ามาหาเรา ในช่วงที่เข้า

มาใกล้ๆก็ได้เห็นใบหน้าชัดตาเค้าเป็นสีแดงก่ำ หน้าตาถทึงเหมือนโกรธแค้นมากๆในสัญชาตญาณ

ก็รู้ได้เลยว่านี่ไม่ใช่คน กรูมาหาเร็วๆแล้วพอจะถึงตัวเราก็ได้หายวับไป ขาเขอสั่นก้าวไม่ออกก็จะ

กลับเข้าลิฟท์ก็ไม่ได้ ครั้นจะวิ่งไปข้างหน้าก็ไม่ไหว ก็ได้แต่ร้องกรี๊ดอะไรก็ไม่มีค่ะ ได้แต่หลับตาปี๋

แต่พอสติกลับมาอีกทีก็คือรีบเข้าลิฟท์แล้วกดลงรัวๆ พอเปิดมาอีกทีชั้นล่าง แต่กว่าจะถึงก็เหมือน

จะขาดใจ สรุปในคืนนั้นนอนค้างที่ร.พ.กับเพื่อน เพื่อนถามอะไรก็ไม่ได้ตอบค่ะ เช้ามาก็ให้พ่อไป

เอารถให้ ไม่กล้าแม้แต่จะไปอีกแล้วในเวลากลางวัน ทุกๆวันนี้ชั้นบนของลานจอดรถร.พ.นั้นก็ยังไม่

เปิดไฟซึ่ง ไม่รู้จะประหยัดหาพระแสงของ้าวอะไรกันนักหนา

Author: Donnell

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *